มาร์ติเนซ ยืนยันรั้งตัว ลูกากู ให้อยู่ เอฟเวอต์ตัน ต่อ

ตามนั้นเลย!! โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ กุนซือเลทเกมของทางทีม “ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน นั้นได้ออกมาทำการยืนยันแล้วว่า เขานั้นพร้อมที่จะรั้งตัว โรเมลู ลูกากู หัวหอกร่างใหญ่ให้อยู่กับทางสโมสรต่อไปหลังมีกระแสข่าวออกมาว่าทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นต้องการอยากจะได้ตัวเขาไปร่วมทัพ พร้อมยืนยันไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินเลยแม้แต่นิดเดียว ซึ่งทาง ลูกากู นั้นได้ตกเป็นข่าวพัวพันเกี่ยวกับการย้ายทีมอย่างหนักหลังจากจบฤดูกาลนี้และก็มีทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ออกมาแสดงความสนใจอยากจะได้ตัวเขาไปร่วมทัพเป็นอย่างมาก แต่ถึงอย่างไรทาง มาร์ติเนซ นั้นก็ได้ออกมาทำการยืนยันแล้วว่าพวกเขานั้นจะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขายตัวนักเตะคนสำคัญภายในทีมเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะว่าทีมนั้นไม่ได้ต้องการอยากจะได้เงินเลย “พวกเรานั้นไม่ต้องการอยากจะได้เงิน และพวกเรานั้นก็แสดงให้ได้เห็นแล้วในกรณีของทาง จอห์น สโตนส์ แน่นอนว่าในช่วงซัมเมอร์ที่จะถึงนี้พวกเรานั้นก็จะทำแบบนี้อีกเหมือนเดิมด้วย เนื่องจากแนวทางที่พวกเรานั้นทำงานกันที่ เอฟเวอร์ตัน นั้นทุกอย่างเป็นเรื่องของการเล่นฟุตบอล และสิ่งที่ทางผู้ถือหุ้นใหญ่ของสโมสรนั้นต้องการมากที่สุดนั้นก็คือเขานั้นต้องการอยากจะให้ทีมนั้นรักษาระดับการเล่นที่ยอดเยี่ยมแบบนี้เอาไว้ให้ได้ดังนั้นแล้วการปล่อยตัว ลูกากู นั้นจึงอาจจะไม่เกิดขึ้นก็เป็นไปได้”

เลทเกม ชี้ชัด ลูกากู หอกท๊อฟฟี่ จะเป็นดาวยิงระดับโลก

ไม่ยากซักเท่าไหร่!! โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ผู้จัดการทีมเลทเกมของทางทีม “ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน นั้นได้ออกมาชี้แล้วว่า โรเมลู ลูกากู หัวหอกป้ายแดงของทางสโมสรนั้นจะประสบความสำเร็จในการเป็น ดาวยิงที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งในฤดูกาลที่ผ่านมาทาง ลูกากู นั้นได้ทำประตูไปทั้งหมด 15 ลูกจากการลงเล่นทั้งหมด 31 เกม และถือได้ว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเลย ทำให้ทาง มาร์ติเนซ นั้นออกมาแสดงความคิดเห็นว่าการที่ทางสโมสรนั้นทำการคว้าตัวแข้งชาวเบลเยี่ยมเข้ามาเสริมทัพนั้นก็เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก “ผมคิดว่า ลูกากู นั้นยังคงเป็นสิ่งสำคัญของทางทีม เอฟเวอร์ตันอยู่เหมือนเดิม ผมนั้นมองเขาอยู่ในตำแหน่งหมายเลข 9 ในการลงเล่นในฤดูกาลหน้า เขานั้นเป็นนักเตะที่มีการแลกเปลี่ยนที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก และภายในห้องแต่ตัวของพวกเรานั้นก็ดูดีและไม่เครียดจนเกินไปตั้งแต่แรกก็จบแล้ว”